ยินดีต้อนรับสู่ การจัดการความรู้ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธนบุรี

การเตรียมความพร้อมเพื่อเขียนบทความวิชาการ



การเตรียมความพร้อมเพื่อเขียนบทความวิชาการ

อาจารย์สุณัฐวีย์ น้อยโสภา

          สำหรับทุกท่านที่ต้องการเขียนบทความทางวิชาการเพื่อตีพิมพ์หรือนำเสนอผลงานทางวิชาการ สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อให้การเขียนบทความประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ในเบื้องต้นนั้นผู้เขียนต้องหาหัวข้อเรื่องที่จะเขียนก่อนเป็นลำดับแรก หัวข้อที่เขียนต้องมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน เป็นหัวข้อที่มีความทันสมัยหรือเป็นหัวข้อที่อยู่ในความสนใจของบุคคลทั่วไป และที่สำคัญควรเลือกหัวข้อที่ผู้เขียนมีองค์ความรู้หรือมีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้เขียนง่ายขึ้นเนื่องจากมีพื้นฐานที่ดี สำหรับการเขียนบทความเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการหัวข้อที่จะเขียนต้องสัมพันธ์หรือเชื่อมโยงกับหลักสูตรที่สอนหรือดำรงตำแหน่ง จึงสามารถใช้เสนอเพื่อพิจารณาขอตำแหน่งทางวิชาการได้...

แบบฟอร์มเอกสารประกอบการสอน

 
                                               1. เอกสารประกอบการสอน
                                               2. ปก
                                               3. ส่วนนำ

แบบฟอร์มการเขียนงานวิจัย

วพ.1

แบบฟอร์มการเขียนงานวิจัย

ตำแหน่งทางวิชาการ: คุณค่าของการทำหน้าที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัย


ตำแหน่งทางวิชาการ: คุณค่าของการทำหน้าที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัย
สำราญ ผลดี
สำนักวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยธนบุรี

ทำไมต้องทำตำแหน่งทางวิชาการ
          หลายคนมองภาพของการทำผลงานเพื่อการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการแตกต่างกัน บางคนอาจมองว่าเป็นภาระงานที่เพิ่มเติมเข้ามาจากงานประจำ บางคนมองว่าไม่ใช่หน้าที่ หรือแม่แต่บางคนอาจมองว่าไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร
          ความจริงแล้วตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์มหาวิทยาลัย ไม่ใช่เรื่องของความอยากหรือความสนใจของแต่ละบุคคล หากแต่มันเป็น “หน้าที่” และเป็นสิ่งที่สะท้อนจิตวิญญาณของการเป็นครูที่มีอยู่ในตัวตน  จิตวิญญาณของความพยายามในการพัฒนาตนเองเพื่อพัฒนางานและที่สำคัญคือการพัฒนาตามหน้าที่ของการเป็น “ครู” เพราะคำว่า “ครู” ก็ดูจะมีคุณค่ามากกว่าคนที่รับจ้างสอน
          แม้ว่าการทำผลงานทางวิชาการของอาจารย์จะเป็นเรื่องของตัวบุคคล หากแต่พิจารณาให้ละเอียดแล้วจะพบว่ามันคือ “หน้าที่” ด้วยเหตุผลสำคัญดังต่อไปนี้
          1. อาจารย์จำเป็นจะต้องพัฒนาวิทยฐานะทางวิชาการตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันสถาบันการศึกษาหลายแห่งได้สร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อเป็นกรอบ “บังคับ” ให้อาจารย์พัฒนาตนเอง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับตนเองและสังคม

          2. เพื่อการเป็นแบบอย่างของผู้มีความรับผิดชอบในการทำ ความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการให้แก่ตนเองและสถาบัน การทำหน้าที่ “ครู” เครื่องมือสำคัญคือความรู้ความสามารถที่มีอยู่ในตัวตน ด้วยความที่สังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์ความรู้ที่ไม่ได้รับการขัดเกลาและพัฒนาจะกลายเป็นความรู้ที่ล้าหลังและไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์อันใดได้ และการทำหน้าที่ของการเป็นครูก็ดูจะไร้ความหมาย เพราะว่าไม่ได้ทำให้คนและสังคมนี้เจริญก้าวหน้าขึ้นแต่ออย่างใด ในขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาที่มีบุคลากรไม่มีการพัฒนาตนเองก็จะกลายเป็นสถาบันที่ล้าหลังก้าวไม่ทันกับโลกเช่นกัน

ความแตกต่างระหว่างหนังสือกับตำรา


ความแตกต่างระหว่างหนังสือกับตำรา
ผศ.ดร.อนุพงษ์ อินฟ้าแสง
สาขาวิชาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธนบุรี

ศาสตราจารย์ ดร.สิน พันธุ์พินิจ ได้อธิบายความหมาย ที่มาของคำว่าหนังสือและตำราไว้อย่างน่าสนใจโดย Merrium-Webster (1987:167-168,1220) นิยามว่า
Book (12 C.) หมายถึง ชุดการเขียน หรือ การจารึกในแผ่นหนัง กระดาษ แผ่นกาบไม้ งาช้าง สิ่งพิมพ์ แผ่นสมุด บัญชี คัมภีร์ไบเบิล บทละคร เนื้อเพลง สิ่งพิมพ์ต่างๆที่เป็นความรู้และประสบการณ์ที่นำไปใช้แก้ปัญหาได้
Text (12 C.) หมายถึง ต้นฉบับเดิม ถ้อยคำเดิม แบบฉบับการเขียน ตำรา แบบเรียน หนังสือเรียน ถ้อยคำสั้นๆในพระคัมภีร์ไบเบิล
Textbook (ปี1779 หรือ พ.ศ.2322) หมายถึง หนังสือที่ใช้เรียนเนื้อหาสาระวิชา สาขาวิชา ตำรา แบบเรียน
ในส่วนของการขอตำแหน่งวิชาการ ก.พ.อ.ได้ให้คำนิยามตำราและหนังสือสำหรับการขอกำหนดตำแหน่งวิชาการไว้ว่า

ตำรา  หมายถึง ผลงานวิชาการที่เรียบเรียงขึ้นอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมเนื้อหาสาระของวิชา หรือ ของหลักสูตรที่สะท้อนให้เห็นความสามารถในการถ่ายทอดวิชาในระดับอุดมศึกษา อาจพัฒนาขึ้นจากเอกสารคำสอนให้มีความสมบูรณ์ที่สุด และมีเนื้อหาสาระทันสมัย ต้องจัดทำเป็นรูปเล่ม ประกอบด้วย คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง การอธิบาย หรือ การวิเคราะห์ การสรุปอ้างอิง บรรณานุกรม ภาคผนวก (ถ้ามี) และดัชนีอาจเรียกว่า ตำราเรียน

การเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์


การเขียนบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์
ฉัตรชัย เหล่าเขตการณ์
สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ คณะบริหารธุรกิจ
มหาวิทยาลัยธนบุรี
บทนำ

          การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย มีบทบาทสำคัญต่อแวดวงการศึกษาอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิธีการที่จะนำเสนอผลงานวิชาการออกสู่สาธารณะชนได้อย่างกว้างขวาง และถือเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งหากบทความวิจัยของตนได้รับการยอมรับจากกองบรรณาธิการของวารสาร แต่ทว่าก็ยังพบปัญหาในการตีพิมพ์งานวิจัยอยู่เนืองๆ เนื่องจากมาตราฐานของวารสารนั้นค้อนข้างมีขั้นตอน มีความเข้มงวดและกินเวลาตั้งแต่หลักเดือน ไปจนถึงหลักข้ามปีกันทีเดียว ดังนั้นคณาจารย์หลายๆ ท่านก็จะนำผลงานของตนเองไปยังช่องทางที่ใช้เวลาน้อยกว่า มีขั้นตอนที่สั้นกว่า นั้นก็คือ เวทีการประชุมวิชาการนั่นเอง แต่กระนั้นก็เถอะครับ ยังไงเสียการตีพิมพ์ลงในวารสารดีๆ สักเรื่องก็เป็นเกียรติประวัติให้กับตนเองอย่างนึง และหลักสูตร คณะ หรือแม้แต่สถาบันการศึกษาที่เราสังกัดอยู่ก็ยังได้รับค่าคะแนนที่สูงกว่าอีกด้วย แต่ต้องออกตัวก่อนนะครับ ว่าผู้เขียนก็อาจจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตีพิมพ์ชนิดที่เรียกได้ว่า ถ้าเขียนต้องได้ตี แต่ทว่า ผู้เขียนก็เคยถูกตองปฏิเสธบทความมาแล้ว และก็ได้รับการยอมรับบทความมาพอควร จึงอยากจะแบ่งปันปรสบการณ์ของผู้เขียนให้เพื่อนๆ พี่ น้อง ชาวคณะบริหารธุรกิจด้วยกันได้ฟังนั่นเอง

แรงบันดาลใจในการทำงานวิชาการ (Inspiration you to work?)


แรงบันดาลใจในการทำงานวิชาการ (Inspiration you to work?)
อินทิรา มีอินทร์เกิด
สาขาวิชาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ
มหาวิทยาลัยธนบุรี

บทนำ

ในชีวิตคนทำงานย่อมต้องพบกับอุปสรรคในการทำงานเป็นเรื่องปกติ ในบางครั้งอาจทำให้เรารู้สึกท้อ หมดกำลังใจ แต่ตราบใดที่เรายังไม่ยอมแพ้ หรือถอดใจย่อมมีหนทางให้สำหรับเราเสมอ ผู้เขียนจึงรวบรวมหลายๆ แรงบันดาลใจมารวมกัน ซึ่งบันดาแรงบันดาลใจโดยปกติแล้วมีหลายอย่างมารวมกัน ซึ่งปกติแล้วจะมีทั้งความกลัวหรือความปรารถนาอย่างแรงกล้า แต่จะได้มากน้อยหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับการต่อสู้แรงบันดาลใจเป็นเรื่องที่เราสามารถบอกตัวเองในหัวว่า “ฉันคิดว่าฉันทำได้” “ฉันคิดว่าฉันยังทำได้”และ “ฉันกำลังทำมันอยู่” และจากความคิดเหล่านี้ผู้เขียนขอหยิบยกคำคมเพื่อการสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานจากประธานาธิบดี 15 ท่าน จึงขอฝากให้พิจารณาเพื่อเป็นการสร้างแรงผลัก แรงดันในการสร้างแรงบันดาลใจ ลองพิจารณาดูว่ามีแนวทางอย่างไรบ้าง